ภาพ : สุนันท์ ล้อสมทรัพย์

โครงการ AACP Thailand Animation Contest 2007 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดขึ้นโดยความร่วมมือของบมจ. อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี.ประกันชีวิต ,มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เพื่อเป็นเวทีให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสแสดงความสามารถด้านการเขียนเอนิเมชั่นและแสดงความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม
โดยเลือกใช้หัวข้อ รวมพลังลดโลกร้อน มาตั้งเป็นโจทย์ให้กับน้องๆ ในการนำเสนอวิธีการอย่างสร้างสรรค์ในการลดสภาวะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ หรือ ที่เข้าใจกันว่า ภาวะโลกร้อนนั่นเอง นอกจากนี้ยังต้องการให้น้องเยาวชนฝึกการทำงานเป็นทีมอีกด้วย โดยผู้ส่งผลงานเข้าประกวดนั้นจะต้องรวมตัวกันให้ได้ 3 คน เพื่อส่งผลงานเอนิเมชั่นเข้าประกวด
จากผลงานที่ส่งเข้ามาทั้งหมดกว่า 850 ผลงาน ปรากฏว่ามีผู้ที่ผ่านเข้ารอบ 20 ทีมสุดท้าย(ระดับมัธยมฯ 10 ทีม และอุดมศึกษา 10 ทีม) ซึ่งทางผู้จัดการแข่งขันได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้ารอบทั้งหมดเข้าร่วมอบรมเพิ่มความรู้เกี่ยวกับการสร้างงานด้านแอนนิเมชั่น เพื่อพัฒนาต่อยอดผลงานของน้องๆ ก่อนการตัดสินหาผู้ชนะเลิศในลำดับต่อไป
มีผลงานดีๆ แบบนี้ ไลฟ์ ออน แคมปัส ก็ไม่พลาดที่จะเข้าร่วมสังเกตการณ์ และชมผลงานของทุกๆ ทีมเช่นกัน ต้องขอบอกเลยว่าถ้ามีผู้อำนวยการ(Director) ฝ่ายผลิตโฆษณา หรือ โปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์ มาเห็นผลงานจากน้องๆ กลุ่มนี้ อาจมีพี่ๆ ทีมงานบางคนต้องตกงานเป็นแน่ เพราะผลงานของแต่ละทีมก่อนเจียระไน(ยังไม่ได้รับคอมเม้นต์จากวิทยาการเพื่อปรับปรุงพัฒนาผลงาน) นั้น งานบางชิ้นมีความสมบูรณ์มากทั้งในด้าน แนวคิด ,การสร้างสรรค์ในเชิงศิลปะแอนนิเมชั่น และเสียงประกอบเรื่องราวต่างๆ

แซท-ชัยธวัช แสงกล้า นักเรียนชั้นม.5 (เอกศิลป์-ฝรั่งเศส) โรงเรียน แก่นนครวิทยาลัย จังหวัดขอนแก่น หนึ่งในผู้ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ซึ่งเป็นผู้แต่งเพลงแนวฮิปฮอป รณรงค์เรื่องปัญหาโลกร้อนของทีม "LA Voix duvent" (ลาวัวดูวองซ์)สร้างสรรค์ผลงานชื่อว่า "Home" ซึ่งเป็นการนำเสนอเปรียบเทียบว่าโลก คือ บ้านของเรา เมื่อบ้านมีปัญหา หรือเสื่อมโทรมพวกเราจะช่วยรักษาบ้านกันได้อย่างไร
แซทบอกกับเราว่ารู้สึกภาคภูมิใจกับผลงานของทีมตัวเองเป็นอย่างมาก คิดว่าได้ลงมือทำงานสิ่งนี้อย่างสุดฝีมือ และจากการส่งผลงานจนถึงการเข้าร่วมฝึกอบรมในครั้งนี้ถือว่าเป็นประสบการณ์อันน่าจดจำยิ่ง "ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะได้เข้ารอบมาถึงในระดับนี้ได้ เพราะมีทีมที่เข้าแข่งงานแอนนิเมชั่นนี้มากมายจากทั่วประเทศ ก็ไม่คิดว่าจะสู้ใครได้ แต่พอผ่านเข้ารอบมาได้ ก็รู้สึกภูมิใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีประสบการณ์ดีๆ ครับ"
เมื่อถามถึงอุปสรรค ความยากง่ายในการผลิต แซทเล่าว่า อุปสรรคในการผลิตงานชุดนี้ ในมุมของกราฟฟิค(ศิลปกรรมเชิงเทคนิค)มีน้อยมากครับ ที่เป็นปัญหาน่าจะเกี่ยวกับการนำเรื่องราวของภาวะโลกร้อน มาผสมผสานกับศิลปะให้เป็นภาพยนตร์แอนนิเมชั่นที่ต้องสื่อสารให้คนรับรู้ และตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว ซึ่งเป็นโจทย์ที่ต้องตีให้แตก ถ้าผ่านจุดๆ นี้ไปทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องง่าย โดยส่วนตัวแล้วผมไม่มีปัญหาด้านการทำงานกราฟฟิคครับ
สำหรับความคาดหวังต่อไป แซทบอกว่า ก็คาดหวังมากขึ้นครับ น่าจะต้องได้รางวัลที่ต้นๆ ของงานประกวดครั้งนี้ อยากจะไปญี่ปุ่น(หัวเราะ) อยากเก็บประสบการณ์ดีๆ ให้กับตัวเองมากๆ เพราะโดยส่วนตัวแล้ว เป็นคนชอบเรียนภาษา อยากจะไปต่างประเทศ ได้ฝึกภาษากับเจ้าของภาษา นี่คือความคาดหวังสูงสุด ในการมาประกวดในงานครั้งนี้
การประกวดตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งอาชีพในอนาคตที่แซทฝันอยากเป็นหรือไม่ แซทให้คำตอบว่า การประกวดครั้งนี้ถือเป็นการเก็บประสบการณ์ และเพิ่มความสามารถของตนเอง แต่อาชีพจริงๆ ที่ใฝ่ฝัน คือ อยากทำงานที่เกี่ยวกับการใช้ภาษาอ่ะครับ เพราะชอบเรียนภาษา อาจจะไปทำงานเป็นล่ามในต่างแดน หรือไม่ก็ไปเป็นไกด์นำเที่ยว เพราะคิดว่า ถ้าในอนาคตได้ไปทำงานแบบนี้จะต้องมีความสุข และความสนุกแน่ๆ

มาที่เยาวชนคนเก่งสาวๆ กันบ้าง ปิ๊น-ชนิดา พันธกิจเจริญกุล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แผนก วิทย์-คณิต โรงเรียนเซ็นฟรังก์ซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ตัวแทนของ กลุ่ม Pom pom save the world ซึ่งมีสมาชิกเป็นเพื่อนๆ อีก 2 คนคือ ชิดชนก ลีลาพากเพียร และฐิตาภา เขมกวัฒน์ ร่วมกันสร้างผลงานที่มีชื่อว่า ช่วยโลก ช่วยต้นไม้ ผ่อนคลายโลกร้อน
ปิ๊น เล่าถึงการทำงานของทีมให้ฟังว่า เราแบ่งงานกันทำกันคนละหน้าที่ค่ะ เริ่มจากชิดชนกเป็นคนทำออกแบบตัวละคร หรทอตัวการ์ตูน (character design) และแอนนิเมชั่น (animation) ต่อมาฐิตาภา เป็นคนทำฉากประกอบ และ ทำแอนนิเมชั่น ส่วนปิ๊นเป็นคนทำเสียงประกอบและวางแผนงาน
งานนี้เป็นงานที่ต้องการจะสื่อถึงความรู้สึกของก๊าซกับปัญหาโลกร้อนที่เกิดขึ้น ที่ว่าในตอนนี้ก๊าซกำลังมีปริมาณมากขึ้นโดยพวกเราจะใช้คำว่า ผม(ก๊าซ)กำลังอ้วนขึ้น แทนคำว่ามีมากขึ้น ซึ่งมนุษย์นั้นต่างโทษว่าก๊าซเรือนกระจกเป็นสาเหตุที่ทำให้โลกร้อน แต่มนุษย์ก็ยังสร้างก๊าซต่างๆ ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นจากการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง การตัดไม้ทำลายป่า หรือ การอุตสาหกรรมของโรงงาน ก๊าซจึงต้องการเรียกร้องความยุติธรรม จึงออกมาคร่ำครวญและเรียกร้องให้คนนั้นเห็นว่าความจริงแล้วก๊าซก็ไม่ได้มีแต่โทษเสมอไป อย่างเช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นั้น ต้นไม้นำไปใช้ปรุงอาหารได้จากนั้นก็จะคายก๊าซออกซิเจนออกมา ให้คนเราได้หายใจกัน แต่ตอนนี้ก๊าซต่างๆ มีมากจนเกินไป
ต้นไม้ก็มีน้อยลงเรื่อยๆ ทำให้ก๊าซส่วนเกินที่เหลือนั้น มาสร้างปัญหากับโลก จนเกิดโลกร้อนขึ้น เป็นเพราะมนุษย์นั่นเอง ที่เป็นคนสร้างปัญหา ทั้งหมดทั้งปวง
ก๊าซจึงออกมาเชิญชวนให้มนุษย์มาตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนและช่วยกันแก้ไข โดยวิธีการง่ายๆ เช่น การปลูกต้นไม้ให้มากขึ้น การใช้พลังงานอย่างพอเพียง การงดใช้โฟม และ พลาสติก โดยหันมาใช้แก้วแทน และถ้าเดินทางใกล้ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ หันมาใช้จักรยานแทน เพื่อโลกที่สดใสของพวกเราทุกๆ คน
โดยเรื่องราวทั้งหมดนี้จะถ่ายทอดผ่านบทเพลง ที่แต่งขึ้นมาเอง เพราะว่าเพลงเป็นสื่อที่ฟังแล้วจดจำได้ง่าย และจะติดหูมากๆ เมื่อคนได้ยินจะได้นำไปใช้ปฏิบัติกันจริงๆ ได้ เพราะว่าโลกเราใกล้เข้าสู่ภาวะวิกฤตแล้ว ต้องช่วยกันทุกคนไมใช่แค่คนๆ เดียว
สำหรับอุปสรรค ความยากง่ายในการผลิตงานครั้งนี้ ปิ๊นบอกว่า เนื่องจากงานนั้นแบ่งกันเป็นส่วนๆ ในส่วนของทีมที่ทำแอนิเมชั่นและภาพ กับ ฝ่ายเสียงนั้นแยกกัน จึงมีปัญหาที่ต้องแก้เสียงให้ตรงกับภาพเยอะทำให้เสียเวลา
ปัญหาที่ทำให้งานนี้ล่าช้ามากที่สุดก็คือเรื่องภาพ delayใน flash คือเสียงจะไปก่อนภาพ เพราะ flashใช้หน่วยความจำในการประมวลผลมาก ทั้งยังมีเรื่องการอัดเสียงที่แตกและไม่ชัดเพราะไม่มีห้องอัด การขยับ แอนิเมชั่นไม่ได้ดั่งใจบ้าง เวลาที่ทำมีน้อยเพราะก็ต้องเรียนหนังสือด้วย แต่โดยรวมแล้วก็มีความสุขกับการทำงานดีและคิดว่าปัญหาจะสร้างประสบการณ์ให้เราค่ะ
ส่วนความคาดหวังจากการแข่งขันครั้งนี้ปิ๊นบอกว่า ในตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าจะเข้ารอบ10 ทีมนี้เพราะรู้ดีว่ามีคนส่งเข้าแข่งขันกันเยอะมาก แล้วก็รู้ว่างานของกลุ่มตนเองนั้นมีจุดบกพร่องมากมาย
อย่างไรก็ดีต้องขอขอบคุณท่านคณะกรรมการเป็นอย่างสูงที่ให้โอกาสกลุ่มของพวกเราในการปรับปรุงผลงานในครั้งนี้ เราก็อยากจะแก้ไขผลงานให้สุดฝีมือ แต่ถ้าไม่ได้ไปญี่ปุ่นก็ไม่เป็นไร เพราะว่ารู้สึกว่าอย่างน้อยได้มาอบรมในค่ายนี้แล้ว ทำให้ได้ความรู้เพิ่มขึ้น รู้สึกว่าก็คุ้มค่าแล้วค่ะ
ด้านอาชีพในอนาคตปิ๊น บอกว่าอยากจะเป็นโปรแกรมเมอร์ แต่ยังไม่แน่ใจในความสามารถของตนเองว่าจะเป็นได้หรือไม่ กำลังค้นหาตัวเองต่อไป! และงานนี้ก็เป็นหนึ่งในบททดสอบความชอบของตัวเองด้วย

ผ่านไปกับแอนนิเมเตอร์รุ่นเยาว์ มาถึงแอนนิเมเตอร์รุ่นใหญ่กันบ้าง มายด์-ณัฐดนัย วรธนารัตน์ หนุ่มเซอร์มาดเท่จากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ชั้นปีที่ 4 ตัวแทนทีม "สามร้อย" ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงาน ชื่อว่า "ผู้พิทักษ์สีดำ"
ขณะที่ความยากง่ายในผลิตงานชิ้นนี้ มายด์บอกอีกว่า เป็นเรื่องของการนำโจทย์ที่มีเนื้อหาค่อนข้างซีเรียส และเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิชาการโดยส่วนใหญ่ ซึ่งต้องนำเนื้อหาเหล่านั้นมานำเสนอในรูปแบบแอนนิเมชั่นให้น่าสนใจและเข้าใจง่าย โดยไม่ทิ้งเนื้อหาสาระสำคัญนั้นๆ ด้วย
เมื่อถามถึงความคาดหวังกับผลงานของผลเอง มายด์ บอกว่าอยากให้ผลงานที่สร้างสรรค์กันขึ้นมา ได้นำไปใช้จริงและทำให้คนหันมาให้ความสำคัญเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน และให้ความร่วมมือกันในการลดภาวะโลกร้อนกันมากขึ้น
สำหรับอาชีพในอนาคตของมายด์นั้น คือ งานด้านโฆษณา งานออกแบบ หรืองานที่เกี่ยวกับสื่อสารมวลชน

มุมมองสุดท้าย เป็นสาวใสไฟแรง เดียร์-ปาริชาติ สมศักดิ์ คณะนิเทศศาสตร์ เอกสร้างสรรค์โฆษณา ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตัวแทนของทีมPassionate สำหรับเดียร์แล้วเวทีนี้นับเป็นบันไดขั้นหนึ่งให้เธอก้าวข้าม พร้อมรับประสบการณ์ในเส้นทางอาชีพที่เธอหวังไว้
จากผลงานที่เคยผ่านมา เดียร์เล่าให้ฟังว่า เคยส่งผลงานการประกวดมาก่อน ซึ่งสามารถเข้าไปถึงรอบสุดท้าย และบางเวทีก็ได้รับรางวัลชนะเลิศด้วย เช่น โครงการประกวดหัวข้อ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของ TOYOTA (ชนะเลิศ) ,โครงการ Young Producer Award ของช่อง UBC และโครงการลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย ของ บอดี้เชพ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีโครงการประกวดอีกมากมายที่ทั้งประสบความสำเร็จ และพลาดหวัง
สำหรับผลงานที่เข้าประกวดโครงการนี้ เป็นผลงานนี้ก็เป็นการทำแอนิเมชั่นกันครั้งแรกของกลุ่ม ซึ่งไม่เคยทำมาก่อน ที่สามารถเข้ารอบมาได้ถึง 10 ทีมนี้ ก็แปลกใจมาก แต่ก็ดีใจที่สามารถเข้ารอบมาได้ เพราะแสดงว่าผลงานของทีมเราก็ถือว่าเข้าตาเหมือนกัน ซึ่งภาพของงานที่นำเสนอ ก็จะแตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ โดยภาพจะออกมาเรียบง่าย ไม่มีเอฟเฟคอะไรมาก เป็นเหมือนภาพวาดลายเส้นบนกระดาษแผ่นหนึ่ง ซึ่งจะทำให้งานดูมีสไตล์
ส่วนเรื่องเล่าก็จะนำเสนอถึงความคิดของคนเราที่มองว่าทำไมโลกถึงร้อนขึ้น โดยมองเป็นอย่างนู้นอย่างนี้ ว่าสิ่งอื่นเป็นสิ่งที่ทำให้โลกร้อน คิดไปเรื่อย แต่ไม่หันกลับมามองดูตัวเองว่ามนุษย์นั่นแหละที่เป็นคนทำให้โลกร้อนเอง ซึ่งจะนำเสนอไม่ใช่รูปแบบของหลักวิชาการ ที่ส่วนใหญ่มักจะใช้มาพูดถึงกัน ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้งานมี Concept ที่แตกต่าง และหน้าที่ที่ทำในทีมก็ทำหน้าที่ในการสร้างสรรค์ภาพที่ใช้ในงาน Animation
ด้านอุปสรรคความยากง่ายในการผลิตงานนชิ้นนี้ เดียร์เล่าว่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับเวลาที่มีอยู่จำกัด ในการสร้างสรรค์ผลงาน และอุปกรณ์ที่อาจมีไม่เพียงพอ จึงอาจจะทำให้งานไม่ได้ออกมาอย่างที่ต้องการเท่าที่ควร และการจำกัดในด้านของโปรแกรมที่ทางสมาชิกในกลุ่ม ก็ไม่ได้มีใครถนัดกันเป็นพิเศษ แต่มีความต้องการที่จำเข้าร่วมการแข่งขันการทำแอนิเมชั่นนี้ จึงทำออกมาเท่าที่สามารถจะทำได้
สำหรับความคาดหวังในการประกวดครั้งนี้ เดียร์บอกว่าก็ไม่ได้มีความคาดหวังอะไรมาก เนื่องจากผลงานของทุกๆกลุ่ม ก็ทำกันออกมาได้ดี แต่กลุ่มเราก็จะทำให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ แค่ได้เข้ารอบ มาในรอบ 10 ทีม ก็ดีใจแล้ว เพราะก็ได้คัดมาจากผู้เข้าร่วมแข่งขันอีกหลายทีมมาก แต่ถ้าได้รางวัลชนะเลิศ ก็จะดีใจมากๆ ค่ะ
ส่วนอาชีพในอนาคตที่เดียร์อยากเป็นนั้น เดียร์บอกว่า อยากจะทำงานด้านการออกแบบ ฝ่ายศิลป์ พอเรียนจบแล้วก็คงจะหางานทำในด้านนี้ หรืออาจจะไปช่วยงานของครอบครัวที่ทำงานซึ่งต้องใช้การออกแบบค่ะ
แม้ว่าปลายทางของการประกวดครั้งนี้ จะอยู่ที่การศึกษาดูงานแอนนิเมชั่นที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเชื่อว่าน้องที่ผ่านเข้ารอบก็ตั้งความหวังไว้ปลายทางดังกล่าวเช่นกัน แต่จากการได้พูดคุยกับน้องๆ ที่เข้าร่วมโครงการ ทำให้รู้ถึงปลายทางแฝงอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าการได้รับรางวัลชนะเลิศ และการเดินไปทัศนศึกษาต่างประเทศนั่นคือ การที่ผลงานของน้องๆ ที่ผ่านโครงการนี้นำไปเผยแพร่เป็นวีดีทัศน์ในรูปแบบใหม่ให้กับนักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศ และอีกไม่นานเกินรอพวกเราจะได้ชมผลงานเหล่านั้นแน่นอน
|