ภาพ : nun
อิงค์ อชิตะ ปราโมช ณ อยุธยา เรารู้จักชายหนุ่มคนนี้ในฐานะของคนดนตรี ที่มีฝีไม้ลายมือคลุกคลีอยู่ในวงการเพลงบ้านเรามานาน และในวันนี้ก็กำลังจะได้รู้จักเขากับอีกบทบาทใหม่ในฐานะนักแสดงนำ จากภาพยนตร์เรื่อง ผีจ้างหนัง ภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา ที่เจ้าตัวบอกว่าดาราหน้าใหม่คนนี้จะได้คะแนนเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับผู้ชมเป็นคนตัดสิน
ช่วงเวลาที่หายไป อิงค์ : หายไปนานเหมือนกันนะ แต่ก็ไม่ได้หายไปไหน แต่เปลี่ยนไปทำงานเบื้องหลังแทน คือเป็นโปรดิวเซอร์ เขียนเพลงอะไรพวกนี้ แล้วล่าสุดก็มีผลงานอัลบั้มรวมฮิตของตัวเองออกมา คืออยู่ในวงการนี้มานานแต่ยังไม่เคยมีอัลบั้มรวมฮิต ก็เลยขอมีซะหน่อย พออัลบั้มนี้วางแผงก็เริ่มถ่ายหนังพอดี
หนังเรื่องแรก อิงค์ : สาเหตุที่รับเล่นหนังเรื่องนี้ อย่างแรกเลยคือเราไม่เคยเล่นหนังมาก่อน อยู่ในวงการนี้มาตั้งแต่อายุ 19 ทำอะไรมาหลายอย่าง แต่กับการเล่นหนังนี่ยังไม่เคย เคยมีติดต่อมาหลายเรื่องเหมือนกัน แต่ว่าคลาดกันตลอด สงสัยเป็นเรื่องของดวงด้วยแหละ แล้วบทมันก็น่าเล่น คือผมคิดว่าถ้าเล่นบทที่มันเป็นตัวเราเองก็เป็นอีกเรื่องนึง แต่นี่เป็นการเล่นหนังครั้งแรก แล้วบทบาทที่ได้ยังไม่ใช่ตัวเองอีก มันรู้สึกท้าทายดี ถ้านักแสดงคนไหนที่อยากเล่นบทที่แสดงอารมณ์มากๆ ผมว่าบทนี้น่าสนใจ ซึ่งการเล่นหนังก็สนุกดีนะ จริงๆเคยผ่านการแสดงมาบ้างแต่จะเป็นในแบบของโฆษณา นี่ก็จะคล้ายๆกันแต่ว่าเล่นหนังมันได้แสดงอารมณ์มากกว่า ได้พูด ได้ใช้ไดอะล็อค เป็นงานอีกอย่างที่เราไม่เคยทำ นี่ก็เหลือเป็นดีเจอีกอย่างที่ยังไม่เคยลองทำ
จากนักร้องมาเป็นนักแสดง อิงค์ : ต้องปรับในเรื่องของการอ่านบท เล่นหนังเรื่องนี้ผมอ่านบทหลายรอบมาก ไม่ได้อ่านเพื่อให้จำได้นะ แต่อ่านเพื่อให้เข้าใจในบทและตัวละครมากขึ้น เพราะลำดับในการเล่าเรื่องมันสลับไปสลับมา อ่านรอบแรกไม่มีทางเข้าใจได้ทั้งหมดหรอก แล้วยังต้องมีการวิเคราะห์ตัวละครด้วย ว่าตัวละครตัวนี้เป็นยังไง มีนิสัย บุคลิกลักษณะเป็นแบบไหน เพราะบทที่ผมเล่นเป็นตัวเดินเรื่อง
การเริ่มต้นครั้งใหม่กับงานใหม่ อิงค์ : รับบทเป็นหมอที่หมกมุ่นอยู่กับงานวิจัยลี้ลับ แต่หมอคนนี้นอกจากจะหมกมุ่นอยู่กับงานวิจัยของตัวเองแล้ว เขาก็เป็นมนุษย์ธรรมดาคนนึงที่มีทั้งด้านบวกและด้านลบ เพราะฉะนั้นมันเลยเป็นบทที่มีสีสัน คือมีความเป็นมนุษย์อยู่ในตัวสูงมาก ก่อนเปิดกล้องผมไปศึกษาชีวิตของหมอจริงๆมาด้วย ถือว่าค่อนข้างไกลตัว เพราะคนเป็นหมอค่อนข้างมีระเบียบ รักความสะอาด แต่ชีวิตผมไม่ค่อยมีระเบียบเท่าไหร่ รักษาความสะอาดบ้าง อย่างเช่นการอาบน้ำ (หัวเราะ) ที่บอกว่าไม่ใช่ตัวเองเลย แต่ทำไมผู้กำกับยังเลือกเรามารับบทนี้ ก็เคยถามเขาเหมือนกัน คือคนอื่นจะเห็นภาพเราเป็นนักร้องมาตลอด แต่เขามองเห็นอะไรบางอย่างในตัวผมที่คนอื่นไม่เคยได้เห็น เขามองว่าเราความสามารถพอที่จะถ่ายทอดบทบาทตรงนี้ ต้องยอมรับอย่างนึงว่าเราเองก็ไม่ใช่นักแสดงมืออาชีพ แต่ก็พยายามทำเต็มที่ หลังจากนี้ให้ผู้ชมเป็นคนตัดสินดีกว่า
ยุทธ จุดร่วมของความต่าง อิงค์ : ผมกับตัวละครที่ชื่อหมอยุทธตัวนี้ มีอะไรคล้ายกันอยู่แค่อย่างเดียว คือเป็นคนมีสองบุคลิกเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าอันนั้นตัวปลอมอันนี้เป็นตัวจริงอะไรแบบนั้นนะ คือมันเป็นตัวตนที่แท้จริงของผมทั้งสองอย่างแหละ หลายคนอาจจะมองว่าผมเป็นคนนิ่งๆ แต่ในอีกมุมนึงผมก็เป็นคนสนุกสนานเฮฮา มันมีบุคลิกที่ซับซ้อนอยู่ จากการได้มาทำงานตรงนี้ ทำให้เราได้พิสูจน์อย่างนึง ว่าคนเราถึงแม้จะไม่ได้เก่งในด้านใดด้านหนึ่ง แต่ถ้าเราพยายามเต็มที่ ทำให้มันเกินร้อย อย่างน้อยต้องได้อะไรกลับมาแน่ๆ
เมื่อก้าวเข้าสู่ส่วนหนึ่งบนแผ่นฟิล์ม อิงค์ : วงการหนังก็เหมือนกับวงการอื่นที่มีการแข่งขันสูง ทุกคนไม่ใช่ว่าจะทำหนังกันได้ง่ายๆ ผมเองก็ไม่ใช่ว่าวันนึงตื่นมาแล้วบอกว่าอยากเล่นหนังก็ได้เล่นตามนั้น มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง การได้ทำงานกับคนรุ่นใหม่มันไม่มีอะไรจะเสีย ซึ่งมันตรงกับตัวเราที่เวลาทำงานก็เต็มที่เหมือนกัน ถึงแม้ว่ามันจะแตกต่างจากงานเดิมที่เคยทำมา แต่มันก็ท้าทายเวลาที่เราได้ทำงานใหม่ ได้เจออะไรใหม่ ชีวิตก็ไม่น่าเบื่อ เหมือนชีวิตมีหลายสี มันดีกว่าทำอะไรซ้ำซากจำเจ
วงการเพลงที่อิงค์รู้จัก อิงค์ : เพลงมันเหมือนยาเสพติดนะ เล่นคอนเสิร์ตแล้วก็อยากเล่นอีก แต่พูดถึงสภาพของวงการเพลงในบ้านเราตอนนี้มันไม่ดี คนทำผลงานออกมาก็เจ็บตัว ด้วยอะไรหลายๆอย่าง เลยไม่รู้ว่าช่วงนี้จะทำงานเพลงออกมาทำไม ผมไม่มีทางทิ้งวงการนี้อยู่แล้ว เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมรักมาก ตอนนี้ถ้าเราทำผลงานออกมาแล้วไม่เกิดประโยชน์อะไรก็เหนื่อยเปล่า ทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าปัญหามันคืออะไร ช่วงนี้เลยแต่งเพลง ทำเพลงเก็บไว้ เผื่อว่าวันนึงอาจจะได้เอามาใช้ก็ได้ใครจะไปรู้
ถึงผู้ชายคนนี้จะยังไม่หมดหวังกับวงการเพลง แต่ในตอนนี้ขอใช้เวลาเริ่มต้นใหม่กับงานอีกด้านหนึ่ง ที่เขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะสวมบทบาทนักแสดงแทนบทบาทของการเป็นนักร้องที่ถูกพับเก็บเอาไว้ชั่วคราวแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน แต่ ณ ปัจจุบัน เรียกได้ว่านี่ถือเป็นอีกอย่างที่เขากำลังตกหลุมรัก
|