ภาพ : กองบรรณาธิการ

ใกล้เข้าถึงฤดูหนาวไปทุกที ขณะเดียวกันช่วงนี้ก็ปิดภาคเรียนด้วย ฟีเจอร์ในไลฟ์ ออน แคมฉบับนี้ จึงนำเสนอเรื่องสบายๆ เบาๆ แต่เป็นข่าวดี,เรื่องดี สำหรับเพื่อนๆ ชาวมหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับธีม Campus Cool. เราเริ่มนำเสนอเรื่องแรก เป็นเนื้อหาที่เกี่ยวมหาวิทยาลัยที่อยู่เหนือสุดของประเทศไทย มีทรรศนียภาพที่งดงาม มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงนี้อากาศเริ่มหนาวแล้วด้วย จึงนำเรื่องราวดีของสาวๆ ตัวแทนของม.แม่ฟ้าหลวง มานำเสนอให้กับแฟนไลฟ์ ออน แคมปัสทุกคน
ต่อจากนั้นเป็นเรื่องดี ที่อ่านแล้วต้องบอกว่า Cool เพราะเป็นการลบภาพเดิมๆ เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ที่ถูกมองว่าเป็น มหาวิทยาลัยช่าง ซึ่งพวกเขายอมรับว่าพวกเขาเป็นช่างก็จริง แต่เรื่องรบลาคร่าฟัน หรือว่าชกต่อย ไม่มีปรากฏในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ อีกทั้งยังหันมาเอาดีด้านฝีมือแรงงาน จนได้ตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันฝีมือแรงงานระดับโลกที่ประเทศญี่ปุ่น ส่วนจะเป็นใครนั้นลองติดตามดู
สุดท้ายมาอัพเดทข้อมูลกันนิด แบบ Easy Cool กับดอกไม้ประจำม. ต่างๆ ว่าแต่ละที่ แต่ละแห่งใช้ดอกไม้ใดบ้างเป็นสื่อ และมีความหมายอย่างไร
Cool Girls
เรามาเริ่ม Cool อันดันแรกกับมหาวิทยาลัยที่อยู่เหนือสุดของประเทศกันก่อนดีกว่านะ
เอ-ศิรินดา มีแก้ว และหยิง-สุภาวดี ใสเมืองยองนักศึกษาชั้นปีที่4 สำนักวิชาศิลปศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง วันนี้เธอให้เกียรติเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยมาพูดคุยในประเด็นเรื่องราวที่ฟังแล้วสบายๆ รับรองว่าถ้าได้อ่านแล้ว Cool แน่ๆ
เอและหยิง เปิดหัวเรื่องแบบเย็นๆ กับเราว่า สิ่งที่เป็นเรื่อง Cool ของม.แม่ฟ้าหลวงที่นักศึกษา และคนมาเยือนส่วนใหญ่ลงความเห็นตรงกัน รวมไปถึงมีบางสถานที่ในมหาวิทยาลัยที่เอ และหยิงอยากแนะนำด้วย
1. บรรยากาศ และทิวทัศน์ที่ม.แม่ฟ้าหลวงมีความเหมือนกับประเทศสวิสเซอร์แลนด์ 2. ในช่วงฤดูหนาว ทุกคนที่เข้ามาในมหาวิทยาลัยจะรู้สึกว่าคล้ายกับอยู่ในเมืองในฝัน หรือเมืองในเทพนิยาย 3. อากาศที่นี้เย็นเฉลี่ย80 %ต่อปี และจะหนาวมากช่วงดวงพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ 4. นักศึกษาที่นี่จากจำนวน 7,000 คนจะรู้จักและคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี เนื่องจากเรามีหอพักในมหาวิทยาลัย อีกทั้งประเพณีรับน้องที่นี้ก็อบอุ่นและเป็นกันเอง 5. มีประเพณี อุ้มพระขึ้นดอย(ทำในช่วงรับน้อง) เป็นพระพุทธรูปปางเชียงแสน มีชื่อว่า พระพุทธปัญญาภัสสร์ : แสงสว่างแห่งปัญญา 6. มีแหล่งท่องเที่ยวในมหาวิทยาลัยมากมาย เช่น พระราชนุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีหรือสมเด็จย่า,ศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีน สิรินธร สถาปัตยกรรมจีนล้ำค่า,ศูนย์วนาศรม มีบริการสปา พร้อมสถานที่พัก ซึ่งไม่แตกต่างจากโรงแรม หรือรีสอร์ทระดับ 5 ดาว ฯลฯ 7. มีศูนย์วิจัยชา ซึ่งได้พัฒนา และปรับปรุงสายพันธุ์ชาชนิดต่างๆ
หลังจากรับรู้เรื่อง Cool Cool ของม.แม่ฟ้าหลวงแล้ว เรามาฟังเรื่อง Cool Cool ของเอกับหยิง บ้างดีก่า เริ่มจากเอ-ศิรินดา มีแก้ว เธอมีความฝันที่อยากทำงานเป็นแอร์โฮสเตสกับสายการบิน Japan Airline เนื่องด้วยเอเรียนมาศาสตร์นี้ ซึ่งเน้นการใช้เรื่องของภาษา และงานด้านบริการ
เออธิบายเพิ่มเกี่ยวกับสิ่งที่เลือกในอนาคตอีกว่า แอร์โฮสเตส เป็นอาชีพที่ต้องใช้เรื่อง Service Mind สูง รวมถึงมีความท้าทายมากเพราะทำงานอยู่บนนกเหล็กที่ลอยอยู่ในอากาศ มีความเสี่ยงต่อชีวิตสูง ที่สำคัญอาชีพช่วยให้เอได้นำสิ่งที่เรียนมาใช้มากที่สุด เมื่อเทียบกับอาชีพอื่นๆ

"ด้วยบุคลิกเข้ากับคนได้ทุกคน ปรับตัวได้ทุกสถานการณ์ ใช้ชีวิตเรียบง่ายสบายๆ นี่แหละคือ เรื่อง Cool ที่ทุกคนจะสัมผัสได้จากเรา" เอบอกถึงตัวตนของเธอ
ด้านหยิง-สุภาวดี ใสเมืองยอง มีความฝันไม่ต่างจากเอเธออยากเป็นแอร์โฮสเตส ซึ่งในความเหมือนกันนั้นย่อมมีความแตกต่าง หยิงเองก็เช่นกัน หยิงบอกว่า เธออยากเริ่มงานกับสายการบินภายในประเทศ อย่างสายการบินแอร์เอเชีย เพราะมีความเป็นไปได้สำหรับหยิงมากที่สุด อีกทั้งเธอยังมองว่าสายการบินนี้มีความเป็นวัยรุ่น และเป็นกันเองมากกว่าสายบินอื่นๆ ที่หยิงเคยเจอ
"อยากทำตามฝันไปตามสเต็ปทีละขั้นค่ะ หยิงไม่ได้มองว่าแอร์เอเชียเป็นสายการบินโลว์คอส แล้วจะดูแย่ไปหมด โอกาสเครื่องตก หรือกลัวคนจะมองว่าเราเป็นแอร์ชั้นสอง เพราะทุกสายการบินจะมีมาตรฐานกลางอยู่แล้ว ที่สำคัญเรารู้ศักยภาพของตัวเราค่ะ" หยิงย้ำถึงการทำตามฝันอย่างเป็นลำดับขั้น
ส่วนเรื่อง Cool ของหยิงนั้น เธอบอกว่า เป็นคนเฮฮาสนุกสาน เข้ากับคนง่าย ซึ่งตรงกันข้ามกับรูปลักษณ์ของเธอที่หลายๆ คนมองว่าหน้าดุ นั้นคงเป็นเพราะสวยแบบคมเข้มของหยิง แต่พอได้รู้จักสนิทสนมจะรู้ได้ทันทีว่าหยิงนั้นเป็นคนเฮฮา ไม่เครียด ไม่ดุอยากที่หลายคนคิด
Cool Boys
เรื่องต่อมาเพื่อความหนาวเย็นยิ่งขึ้น มีข่าวดีที่เป็นเรื่อง Cool Cool ให้ชาวมหาวิทยาลัยได้รับทราบ อันนี้เป็นเรื่องของการนำศาสตร์ที่ได้ร่ำเรียนมาประยุกต์ในเชิงศิลป์ จนเกิดเป็นงานฝีมือขึ้นมา ซึ่งในประเทศไทยของเราได้จัดการแข่งขันงานฝีมือ โดยเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาทั่วประเทศได้เข้าร่วมทดสอบฝีมือในเชิงทักษะต่างๆ เพื่อคัดเลือกหาตัวแทนไปแข่งขันในระดับโลกต่อไป
โดยการแข่งขันดังกล่าว เรียกว่า การแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ หรือการแข่งขันฝีมือโอลิมปิก เป็นการแข่งขันฝีมือซึ่งจัดขึ้นโดยองค์กรระหว่างประเทศ (IVTO: International Vocational Training Organisation) ซึ่งจะทำการแข่งขันทุกสอง ปี โดยประเทศสมาชิกกว่า 45 ประเทศจะหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ การแข่งขันนี้มีหลากหลายทักษะด้วยกัน เพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ของฉบับนี้น เราจึงเลือกพูดคุย และทำความรู้จักกับน้องๆ ตัวแทนที่จะไปแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ในสาขาช่างเครื่องทำความเย็นและปรับอากาศ
สำหรับนักศึกษาตัวแทนประเทศไทยที่จะเข้าแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ในสาขาช่างเครื่องทำความเย็นและปรับอากาศ ครั้งที่ 39 นี้ ได้แก่ อาร์ท-ณัฐพงศ์ ปัญญาศรี นักศึกษาคณะวิศวกรรมไฟฟ้า ชั้นปีที่3 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา ผู้ชนะเลิศเหรียญทองจากการแข่งขันฝีมือแห่งชาติครั้งล่าสุด และเพิ่ม-พรชัย เพิ่มสันเทียะ นักศึกษาคณะวิศวกรรมเครื่องกล ชั้นปีที่3มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมาผู้ได้รับรางวัลเหรียญเงิน จากการแข่งขันเดียวกัน
ตอนนี้ทั้งสองอยู่ในช่วงการเก็บตัว เพื่อฝึกซ้อมและเรียนรู้เทคนิคเพิ่มเติม และจะไปเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ (World Skills Competition หรือ การแข่งขันฝีมือโอลิมปิก) ครั้งที่ 39 ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2550 ณ เมืองชิสึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น
และช่วงเดียวกันนี้เอง เราจึงชวนทั้งอาร์ท และเพิ่มพักเบรก มาคุยถึงความพร้อมในการเตรียมตัวครั้งนี้ เรอ่มกันที่อาร์ท-ณัฐพงศ์ ปัญญาศรี บอกว่า รู้ว่าชอบเกี่ยวกับเครื่องทำความเย็นตอนเรียนช่างไฟฟ้าในระดับปวส. อีกอย่างมองว่าโลกของเราร้อนขึ้น อย่างไรก็ต้องมีคนบริโภคเครื่องทำความเย็นมากขึ้นด้วย จึงเป็นการดีที่เราจะเลือกศึกษาศาสตร์ด้านนี้
หลังจากนั้นผมก็ทุ่มเท ศึกษาอย่างจริงจัง เมื่อพร้อม และความมั่นใจผมจึงลองลงสนาม สมัครเข้าแข่งขัน ซึ่งตอนนั้นผมชนะในระดับภาค และเป็นตัวมาแข่งระดับประเทศในที่สุดก็สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศมาได้

อาร์ทบอกถึงข้อดีการมาศึกษาด้านนี้ ว่า ผมสามารถทำความรู้ที่ได้ไปปะรยุกต์กับงานจริงได้มาก อาทิ การติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ทำอย่างไรจะให้ประหยัดพลังงานได้มากที่สุด ขณะเดียวก็สามารถแนะนำการใช้งานอย่างถูกวิธีเกี่ยวกับเครื่องปรับอากาศให้คนรอบข้างได้ๆ
สำหรับความคาดหวังจากการเก็บตัวเพื่อตัวแทนไปแข่งขันครั้งนี้อาร์ท บอกว่า หากผมได้เป็นตัวแทนจะทำอย่างเต็มความสามารถ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย มหาวิทยาลัย และครอบครัว โดยส่วนตัวมีความมั่นใจมาก เพราะการเก็บตัวครั้งนี้ได้รับการแนะนำ และติวเข้มจะบริษัทอิเมอร์สัน ไคลเมท เทคโนโลยี ผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมระบบปรับอากาศและระบบทำความเย็น ได้มาแนะนำทริคต่างๆ รวมไปถึงเทคโนโลยีใหม่ด้วย
มาที่อีกหนึ่งหนุ่มเพิ่ม-พรชัย เพิ่มสันเทียะ บอกว่า แม้ว่าผมจะได้สิทธิ์เข้าเป็นตัวคัดเลือก และดูเหมือนว่าเราเข้าสู่สนามแข่งขันอีกครั้ง เพื่อหาผู้ที่ดีที่สุดเป็นตัวแทนประเทศเทศไทยไปแข่งขัน แต่ผมไม่ได้คิด กังวล และคาดหวังกับตรงนั้น ตอนนี้ตั้งใจฝึกฝน และเรียนรู้จากวิทยากรของบริษัทอิเมอร์สัน ไคลเมท เทคโนโลยีให้มากที่สุด เพราะถือเป็นโอกาสที่ดีของชีวิตที่ได้เรียนรู้จากมืออาชีพ
ผมจะตั้งใจฝึกซ้อม ฝึกฝนให้มากที่สุดในช่วงการเตรียมตัวทั้ง 7 เดือนนี้ และหากผมมีโอกาสได้เป็นตัวแทนก็จะทำให้ดีที่สุด และมีความมั่นใจว่าเรามีโอกาสที่จะคว้าชัยชนะได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ 2 ปีที่ผ่านรุ่นพี่ของผมก็ได้เป็นตัวแทนสามารถคว้าเหรียญทองแดงมาได้ ซึ่งผมเชื่อว่า ไม่ว่าผมหรืออาร์ทได้เป็นตัวแทนไปแข่งขันอย่างน้อยน่าจะมีเหรียญติดมือกลับบ้านมาบ้าง เพราะปีนี้เราเก็บตัวนาน อีกทั้งได้รับการเทรนที่ดี น่าจะช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก
สำหรับอนาคตเพิ่มบอก เขาตั้งมั่นที่จะเดินทางสายนี้ โดยตั้งความหวังจะเก็บประสบการณ์ และความรู้ให้มากที่สุด จนสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องเย็นอันดับหนึ่งของเมืองไทยให้ได้
Easy Cool
หลังจากได้อ่านเรื่อง Cool
Cool ของเพื่อนๆกันไปแล้ว เป็นยังไงกันบ้าง น่าสนใจไม่ใช่เล่นเลยใช่ไหมล่ะ แต่ก่อนจะไปเจอกับเรื่อง Cool ในคอลัมน์อื่น ลองมาทดสอบความรู้กันดูหน่อยซิว่า แต่ละคนมีความรู้รอบตัวในเรื่องราวของมหาวิทยาลัยที่เรียนอยู่มากน้อยแค่ไหน
ไลฟ์ ออน แคมปัส เลยอยากรู้ว่า ต้นไม้หรือดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยต่างๆต่อไปนี้ คือต้นอะไรเอ่ย ?
1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ 3. มหาวิทยาลัยขอนแก่น 4. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 5. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 6. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 7. มหาวิทยาลัยมหิดล 8. มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
หวังว่าคงไม่ยากเกินความสามารถของทุกคนหรอกนะ อ๊ะ...อ๊ะ ห้ามแอบดูเฉลยก่อนล่ะ
เฉลย...
1. อย่างที่ทุกคนรู้ดีว่า ต้นไม้ประจำจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นั่นก็คือต้นจามจุรี แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ถึงที่มาที่ไปว่าต้นจามจุรีกลายมาเป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยได้อย่างไร ซึ่งถือได้ว่าต้นจามจุรีมีความผูกพันกับชาวจุฬามาตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัยเลยทีเดียว เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2505 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินมายังจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมพระราชทานต้นจามจุรีให้แก่มหาวิทยาลัย จำนวน 5 ต้น ซึ่งพระองค์นำมาจากพระราชวังไกลกังวล และทรงปลูกด้วยพระองค์เองอีกด้วย
2. ต้นชัยพฤกษ์ เป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกต้นชัยพฤกษ์ ณ บริเวณด้านหน้าอาคารฝั่งทางทิศใต้ ของอาคารหอสมุดสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่งต่อชาวมหาวิทยาลัยกรุงเทพ
3. ดอกกัลปพฤกษ์ เป็นต้นไม้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงปลูกพระราชทาน เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีเปิดมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2510
4. ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คือต้นนนทรี โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปลูกต้นนนทรี จำนวน 9 ต้น ณ บริเวณหน้าหอประชุม มก. เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2506 อีกทั้งต้นนนทรียังเป็นต้นไม้ยืนต้น มีใบสีเขียวแก่ ซึ่งหมายถึงสีเขียวขจีของเกษตร และยังทนทานต่อทุกสภาพอากาศในประเทศไทย ที่แสดงถึงนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีใจผูกพันอยู่กับมหาวิทยาลัยตลอดเวลา และสามารถประกอบอาชีพได้ทั่วทุกแห่งในประเทศไทย
5. ต้นประดู่แดง เป็นไม้เนื้อแข็งที่มีความแข็งแกร่ง ซึ่งแสดงถึงความแข็งแกร่งของสถาบัน ดอกที่มีสีแดงเข้ม ก็ตรงกับสีประจำสถาบัน และต้นประดู่แดงจะออกดอกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับวันสถาปนามหาวิทยาลัย นั่นก็คือ 19 กุมภาพันธ์ ของทุกปี
6. ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คือต้นหางนกยูง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงดนตรีที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2506 และได้ทรงปลูกต้นหางนกยูง จำนวน 5 ต้น บริเวณหน้าหอประชุมใหญ่ เพื่อเป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย
7. หลายคนอาจจะยังไม่เคยได้ยินชื่อของต้นกันภัยมหิดล ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงประทานให้เป็นสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2542 ซึ่งต้นไม้ชนิดนี้ มีการค้นพบครั้งแรกที่ประเทศไทยและเป็นแห่งเดียวในโลกอีกด้วย
8. ต้นอโศก ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นต้นไม้ที่มีสีเขียวอยู่ตลอดเวลา แสดงถึงความสดชื่นร่มเย็น คงเส้นคงวาต่อการเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศ ซึ่งหมายถึงมหาวิทยาลัยมุ่งมั่นที่จะให้การศึกษาที่ดี โดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ
*** ข้อมูลจาก www.wikipedia.com และ Website ประจำสถาบันทั้ง 8 แห่ง ***
|