ภาพ : www.mediathai.net
ไลฟ์ ออน แคมปัส ฉบับนี้ ยังคงเกาะกระแสของดาวอยู่อย่างเหนียวแน่น เพราะฉะนั้นเราลองมาฟังความคิดเห็นของน้องๆเฟรชชี่จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการ Media Thai Freshy Contest กันดูบ้างดีกว่า ว่าในฐานะรุ่นน้องที่กำลังจะเจริญรอยตามบรรดาดาวรุ่นพี่นั้น พวกเขามีมุมมองที่เกี่ยวกับความเป็นดาวไว้ยังไงกันบ้าง
เริ่มต้นกันที่ แตงไทย กรณิศ ศักดิ์ศรชัย คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่บอกว่าสำหรับคนที่จะเป็นดาวได้นั้น ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีหน้าตาดีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีความสามารถทางด้านอื่นประกอบกันด้วย อาจจะเป็นในเรื่องของการเรียน หรือเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรม ซึ่งอย่างตัวแตงไทยเองที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม Media Thai Freshy Contest ในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นเหมือนการได้ทำกิจกรรมอย่างหนึ่ง ที่ได้ประสบการณ์นอกเหนือจากในห้องเรียน ทำให้รู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่น และสามารถเอาความรู้ที่ได้จากการทำกิจกรรมแต่ละอย่าง มาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้อีกด้วย ถึงตอนนี้แตงไทยจะเพิ่งอยู่ชั้นปีที่ 1 อาจจะยังไม่มีโอกาสทำกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัยมากนัก แต่สมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษาเรียกได้ว่าเป็นนักกิจกรรมตัวยงเลยทีเดียว ซึ่งเธอบอกว่าถ้ามีโอกาสละก็ รับรองว่าจะไม่พลาดโอกาสในการร่วมกิจกรรมกับทางมหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน

ส่วน อุ้ม อภิชญา ยังนึก คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ บอกว่านอกจากเรื่องเรียนและกิจกรรมแล้ว อุปนิสัยใจคอก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะดาวต้องเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส และเป็นกันเองกับทุกคน ถือว่าเป็นคุณสมบัติของดาวเลยทีเดียว ถ้าอยากให้ความเป็นดาวคงอยู่กับเราไปนานๆ ก็ต้องรักษาข้อดีอันนี้ไว้อย่าให้ขาด ถึงแม้ว่าหลายคนอาจจะไม่ได้เป็นดาวที่ได้รับตำแหน่งจริงๆ แต่ถ้าหากมีคุณสมบัติเหล่านี้แล้ว ก็สามารถเป็นดาวในใจเพื่อนๆได้อย่างไม่ยาก ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าการได้รับตำแหน่งซะอีก อุ้มบอกว่าแค่วิธีการง่ายๆแบบนี้ ก็ทำให้คนธรรมดาสามารถกลายมาเป็นดาวได้สบายๆ

หงส์ ฐิตารีย์ วงศ์สว่างพานิช คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่าความเป็นตัวของตัวเองนี่แหละ ที่มีเสน่ห์ดึงดูดให้ใครๆสนใจในตัวเรา ถึงแม้ว่ารูปร่างหน้าตาจะเป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างหนึ่งในการเป็นดาว เพราะถือว่าเป็นด่านแรกที่ทุกคนเห็นตัวเรา แต่ที่จริงแล้วความจริงใจและความเสมอต้นเสมอปลายต่างหาก ที่แสดงให้เห็นถึงตัวตนที่แท้จริง ถึงแม้ว่าเราแกล้งทำดีเพื่อหวังผลที่จะได้เป็นดาว สุดท้ายความจริงก็ต้องปรากฏอยู่ดีว่าเราเป็นคนอย่างไร สู้แสดงความรู้สึกออกมาจากใจ ทำดีกับทุกคน รับรองว่าพวกเขาจะต้องรับรู้ได้ถึงความจริงใจของเราอย่างแน่นอน
แต่ หมิว ธนวรรณ คงวิริยะกิจ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กลับมองการไกลไปถึงผลข้างหน้า ว่าถ้าหากได้รับตำแหน่งเป็นดาวแล้ว คงมีกิจกรรมมากมายให้เข้าร่วม ไหนจะต้องทุ่มเทกับเรื่องเรียน เรื่องส่วนตัว และยังต้องเจียดเวลาไปทำกิจกรรม ด้วยสาเหตุนี้ทำให้การรู้จักแบ่งเวลาเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เราต้องรู้จักบริหารเวลา ว่าเรื่องไหนควรมาก่อนหรือว่ามาหลัง ให้ความสำคัญกับเรื่องที่เหมาะสม เช่น ถ้าอยู่ในช่วงใกล้สอบ เราก็ควรรับผิดชอบหน้าที่ในขณะนั้นให้ดีที่สุด นั่นก็คือควรตั้งใจอ่านหนังสือให้พร้อม หลังจากสอบเสร็จแล้วค่อยกลับมาลุยทำกิจกรรมต่อก็ยังไม่สาย อย่ามัวแต่ทำกิจกรรมจนเสียการเรียน เพราะในฐานะวัยรุ่นยุคใหม่ต้องรู้จักแบ่งเวลาให้เหมาะสม เพราะถ้าอยากจะเป็นดาวแล้วละก็ การเรียนต้องดีและกิจกรรมต้องเด่นด้วย ถ้าใครอยากเป็นดาวก็ต้องเตรียมตัวซ้อมมือรับสถานการณ์แบบนี้เอาไว้แต่เนิ่นๆ แรกๆอาจจะปวดหัว แบ่งเวลายังไม่ค่อยถูก แต่ถ้ารู้จักจัดลำดับก่อนหลังในสิ่งที่จะทำ หรือจดบันทึกเอาไว้ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน

มาถึงสาวคนสุดท้าย ปุญ ปุญยวีร์ รัตนภัทรพงษ์ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่านอกจากความคิดเห็นที่เพื่อนๆได้บอกกันไปแล้ว ปุญยังมองว่าการเป็นดาวจะต้องเป็นหน้าตาให้กับมหาวิทยาลัย เป็นตัวแทนของเพื่อนทุกคนในการเผยแพร่สิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย ดังนั้นดาวจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนทั่วไป ถ้าหากดาวประพฤติตัวไม่เหมาะสมแล้ว อาจจะส่งผลให้มหาวิทยาลัยเสียชื่อเสียงได้ การทำตัวให้เหมาะสมไม่ได้หมายถึงลักษณะนิสัยใจคอเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเรื่องของ การแต่งกาย คำพูด และการวางตัวอีกด้วย ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นดาว แต่นี่ก็คือสิ่งที่นิสิต นักศึกษาทุกคนควรปฏิบัติให้เป็นนิสัย เพื่อเป็นผลดีกับตัวเองด้วย
เห็นไหมล่ะ ว่ามุมมองที่มีต่อดาวของน้องๆทุกคนมีประโยชน์ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นดาวหรือไม่ ก็สามารถเอาข้อคิดดีๆเหล่านี้ไปปรับใช้กับตัวเอง เพื่อจะได้มีความสุขกับการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังเป็นที่รักของเพื่อนๆอีกด้วย
|